Anuwat's profileAwon's spacePhotosBlogLists Tools Help

Blog


    May 29

    ฟุตบอลโลก...ในความทรงจำ World Cup In My Memorials 1

           ใกล้ถึงเทศกาลยิ่งใหญ่ของคอกีฬาฟุตบอลอีกแล้วครับ ฟุตบอลโลก ปี 2006 ที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพ ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ 5 ที่จะได้ดู เลยปรับ ธีม เป็นฟุตบอลสักนิดครับ หุหุ

           ความทรงจำครั้งแรกของฟุตบอลโลกคือ อิตาเลีย 90 ฟุตบอลโลกปี 90 นั่นเอง ตอนนั้นยังอยู่ประถมอยู่เลยครับ อายุประมาณ 10 ขวบ แมตช์แรกที่ได้ดูก็คือ.....แมตช์ชิงชนะเลิศนั่นแหละ เป็นการพบกันระหว่างเยอรมัน กับ อาร์เจนตินา ตอนนั้นดูบอลยังไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะตอนประถมไม่ค่อยเล่นกีฬา แต่ชอบชุดของเยอรมันครับ(มีเหตุผลมั้ยเนี่ย) คือชุดตอนนั้นนี่เท่ดีนะ เป็นชุดขาวแล้วมีลายสีของธงชาติเยอรมัน ดำ แดง ทอง (เค้าบอกว่าเป็นสีทองนะไม่ใช่สีเหลือง) กางเกงสีดำ ตอนนั้นจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่ามีคนบอกว่าอาร์เจนตินาเก่ง เป็นแชมป์เก่า ผมก็เลยเอาใจช่วยทีมรองให้เอาชนะ สรุปก็คือเยอรมันชนะจุดโทษ 1-0 จากการยิงของอันเดรียส์ เบรห์เม่ ก็ได้แชมป์โลกไป......
           ครั้งต่อมา ปี 1994 ผมเริ่มดูบอลแบบเป็นจริงจังแล้วล่ะ ตอนนั้นจำได้ว่าเชียร์เยอรมันเลยดูบุนเดสลีกาลีกเยอรมันเป็นครั้งแรกตั้งแต่ ปี 1993-1994 ทีมที่เชียร์ในเยอรมันคือ ..แอ่น แอน แอ๊น ทีม ไกเซอร์สเลาเทิร์นครับ ตอนนั้นดูบอลลีกตามพี่ชาย พี่ชายดูบอลอังกฤษ ผมดูบอลเยอรมัน เหตุผลที่ชอบ ทีมไกเซอร์สเลาเทิร์นในตอนโน้นก็คือ ......เสื้อสวย(อีกแล้ว) ตอนนั้นไกเซอร์ฯไล่บี้แชมป์กับบาเยิร์น มิวนิก ก่อนที่จะโดนบาเยิร์น ทิ้งคว้าแชมป์ไป ในช่วงท้ายฤดูกาลตอนจบเลยได้ที่ 2  อ่ะมาเข้าเรื่องบอลโลกต่อ ออกนอกเรื่องไปไกลแย้ว เชียร์เยอรมันเหมือนเดิมครับ แต่ไปตกรอบ ซะงั้นแพ้บัลแกเรีย จากลูกโหม่งของยอร์ดาน เลทช์คอฟ (เล่นในบุนเดสด้วยนะอยู่กับฮัมบรูก ตอนนั้น) ช้ำใจมากมาย บอลโลก ปี 94  ที่สหรัฐอเมริกา จบลงด้วยการคว้าแชมป์ของบราซิล เป็นแชมป์ครั้งที่ 4 โดยเอาชนะอิตาลีในการยิงลูกจุดโทษ ภาพที่ยังติดตาคือภาพที่ โรแบร์โต บาจโจ ขวัญใจผมอีกคนนึง ยิงจุดโทษข้ามคาน....เป็นภาพที่ผมว่าคลาสสิกเหมือนกันนะ......
          ฟุตบอลโลกอีก 4 ปีต่อมา จัดที่ ฝรั่งเศส ในชื่อของ ฟร๊องค์ 98 ครั้งนี้ทีมอินทรีเหล็กของผม ได้รับการคาดหมายเป็นทีมเต็งอีกแล้ว ด้วยผลงานการคว้าแชมป์ยูโร96 ที่อังกฤษ มีขุมกำลังที่ค่อนข้างพร้อม นักเตะที่ถือว่าดีในหลายตำแหน่ง(แต่โค้ชไม่เก่งในการวางแผน)อินทรีเหล็กของผมก็เลยปีกหัก โดนโครเอเชียของท่าน ดาวอร์ ซูเคอร์(ป่านนี้ทำไรอยู่นะหายไปเลย) ยิงกระจายเลย ตกรอบอีกแล้วT_T ฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นเวทีแจ้งเกิดของไมเคิ่ล โอเว่น กับการลากเข้าไปยิงฝ่าด่านผู้เล่นของอาร์เจนตินา และมีความคลาสสิกในช๊อตที่ตาเบ็คส์ เอาขาไปเขี่ย ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ จนถูกไล่ออก แต่อังกฤษก็แพ้ไป ซึ่งฟุตบอลโลกครั้งนี้มีการยิงที่งดงามหลายช๊อต ลูกยิงแบบดีดข้างเท้าของ เดนนิส เบิร์กแคมป์ ในการเจอกับอาร์เจนตินาก็ถือว่าสวยงามมากๆ การชิงชนะเลิศเป็นการพบกันระหว่าง บราซิล กับฝรั่งเศส ซึ่ง    ซีดานแอนด์ เดอะแก๊งค์ ก็พาฝรั่งเศสประกาศศักดาในการคว้าแชมป์โลกหนแรกในแผ่นดินของตัวเองด้วยสกอร์ขาดลอย ถึง 3-0 ....เป็นผลงานอันเหนือความคาดหมายของหลายคนทำให้การชิงชนะเลิศครั้งนี้ถูกมองว่ามีเบื้องหลังหรือไม่ เพราะวันชิงชนะเลิศเป็นวันชาติของฝรั่งเศส พอดี ซึ่งโดยส่วนตัวของผม ผมว่างานนี้ ซีดาน แอนด์เดอะแก๊งค์ เจ๋งจริง ฝีมือในการเล่นของซีดานในครั้งนั้นเป็นการประกาศตัวว่าพร้อมที่จะขึ้นมาเป็นนักเตะหมายเลข 1 ของโลกในยุคปลายของทศวรรษ   ส่วนบราซิลก็อดแชมป์สมัยที่ 5 ไปซะ.......
     
    แล้วจะมาเล่าภาค 2 ให้ฟัง(อ่าน)กันอีกครับ
    March 24

    รักครั้งแรก....First Love

    หวัดดีครับทุกท่าน .....
    ความรักครั้งแรกของคุณนอกเหนือไปจากการรักคุณพ่อ-คุณแม่ เป็นยังไง ? จำกันได้มั้ยเอ่ย?
     
    บางคนอาจมีสิ่งที่เรียกว่าความรักครั้งแรก (First Love หรือ Puppy Love) ตั้งแต่ อนุบาล บางคนก็ตอนอยู่ประถม บางคนตอนมัธยม หรือบางคนก็ตอนเข้ามหาวิทยาลัย......หรือบางคนก็ยังไม่เจอ......
     
    สำหรับผมเอง ผมเจอผู้หญิงที่เป็นรักครั้งแรกของผม ตอน ม.ปลาย (ไม่ขอเอ่ยนาม) เชื่อว่าพวกเพื่อนสนิทที่ทวีธาฯคงรู้จักดี(ล้อกันได้ทุกวัน) สำหรับท่านอื่นที่สงสัยว่าทำไมทวีธาฯ มีผู้หญิง ...อย่าสงสัยเลยครับ ขี้เกียจอธิบายเอาเป็นว่า มีจริง ๆ มีอยู่ 3 รุ่นน่ะ
     
    ซึ่งตอนแรกผมเองก็ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวเป็นเพาะว่าเพื่อนสนิทผม ไปอยู่ที่ห้องสหฯ ส่วนตัวผมเองเรียนห้องชายล้วนเหมือนเดิม เพื่อนสนิทผมก็เลยแนะนำให้รู้จัก......ซึ่งบอกตรง ๆ ครับว่าครั้งแรกที่เห็นก็รู้สึกเฉยๆ   เธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างสูง (168-169แน่ะ) เพื่อนผมมันก็ยุให้จีบ ผมเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรนัก
     
    จนกระทั่งวันหนึ่งที่ผมได้เดินสวนกับเธอ......ผมได้เกิดความประทับใจครับ สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจนั่นก็คือรอยยิ้มของเธอนั่นเองเธอยิ้มอยู่กับเพื่อน ๆของเธอ ผมไม่เกี่ยวข้องหรอกแค่บังเอิญเดินผ่าน แล้วตกหลุมรักรอยยิ้มขึ้นมาทันที (อย่าเพิ่งแหวะ) วันรุ่งขึ้นผมเจอเพื่อนผม ผมก็เลยบอกมันว่า ตกลงจะลองดูสักครั้งกับรักครั้งแรก ตอนนั้นอยู่ ม.4 เทอม 2 ซึ่งส่วนตัวผมเองด้วยความที่อยู่ชายล้วนมานาน เวลาคุยกับผู้หญิงเองก็ไม่กล้า ประหม่า....(ลองนึกเวลาที่สบตาแล้วเรารู้สึกเหมือนขยับไม่ได้น่ะ) ก็เลยต้องอาศัยให้เพื่อนช่วยเป็นสื่อชักนำ จนแล้วจนรอด....ไปดูหนังเรื่องแรกกับเธอก็ไม่ได้คุยกับเธอสักที.....จนกระทั่ง จบ ม.4 เทอม 2ไปแล้วยังไม่ได้คุยกับเธอสักคำ.......
     
    ช่วงปิดเทอม ตอนม.4 ผมไปเตะบอลกับเพื่อนในช่วงปิดเทอม แล้วห้องสหฯเนี่ย เค้ามีกิจกรรมกัน ตอนนั้นเป็นเดือน มีนาคม ปี 2539 อยู่เพื่อนผมก็เพจมา...ให้ไปรอหน้าโรงเรียน (สมัยนั้นโทรศัพท์มือถือเด็กนร.ไม่มีปัญญาพกกันครับ) แล้วเธอก็เดินผ่านมา.......แล้วก็ผ่านไปเหมือนทุก ๆครั้ง สักพักเพื่อนผมก็ออกมาบอกว่าไปกินพิซซ่ากัน....ผมก็งงอารมณ์ไหนฟะ...ก็เลยไปกับมัน มีผมและก็เพื่อนผมที่อยู่ห้องเดียวกันแล้วก็เพื่อนที่อยู่ห้องสหฯ....ปรากฏว่าเพื่อนผมมันนัดเธอไว้ที่ร้านพิซซ่าแล้ว....อารมณ์นั้นถอยก็ไม่ได้ก็เลยต้องเข้าไปทำความรู้จัก.....ประโยคแรกที่เธอคุยกับผม.....คือเธอถามว่าเมื่อกี๊ใส่เสื้อบอลไม่ใช่เหรอ....(อารมณ์นั้นโคตรดีใจเลยครับแสดงว่าเธอเห็นผมที่หน้าโรงเรียนจริงๆ)
     
    ต่อมาอีก 1 เดือน ผมก็ได้รับข่าวที่ไม่ค่อยดีนัก เพื่อนผมที่อยู่ห้องสหฯต้องย้ายไปเรียนที่ต่างจังหวัด ซึ่งมันทำให้ผมต้องลุยเอง ในภารกิจที่เหลือ สำหรับใคร ๆ มันก็คงง่ายครับ แต่สำหรับผม บอกตรง ๆ ว่ามันยากจริง ๆ ไอ้เรื่องบู๊ เรื่องลุยไหนลุยกันไม่หวั่นจริง ๆ แต่ผมก็ต้องมาลำบากในเรื่องนี้ ครั้งแรกที่ผมโทรหาเธอจะบอกว่าเพื่อนผมจะไปต่างจังหวัดนั้น ผมโทรไปคุยกับเธอ ไม่เกิน 3 นาทีครับ แต่บอกตรง ๆว่าสั่นไปทั้งตัวเลย (ใครจะขำก็ขำไปแต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ)
     
    หลังจากนั้นผมก็ได้แต่โทรศัพท์คุยกับเธอประจำ แต่เจอหน้ายังไกล้าคุยมากอยู่ดีครับผมคงอายน่ะ เพื่อนในกลุ่มก็จ้องจะแซว กลัวเค้าจะอายด้วย ช่วงเวลาที่ผมได้เจอเธอตลอดช่วง ม.ปลาย ผมไม่เคยท้อเลย ผมไม่เคยที่จะเปลี่ยนใจจากเธอด้วยแม้ความสัมพันธ์จะพัฒนาได้ช้า แต่ผมก็เชื่อว่าอยากให้ช้า ๆแต่มั่นคง ผมพยายามตลอดครับ ซึ่งก็มีช่วงเวลาที่ดี ๆ ในช่วงนั้นอยู่ จนจบม.6ซึ่งเธอก็คงรู้น่ะว่าผมชอบเธอ
     
    หลังจากนั้น ก็ผมกับเธอก็เรียนกันคนละมหาวิทยาลัยครับซึ่งก็ทำให้เกิดความเหินห่าง แต่ผมก็ติดต่อกับเธอเสมอถึงแม้ว่าเธอจะขอให้เป็นแค่เพื่อนก็ตาม ผมก็ยอมรับในสิ่งที่เธอต้องการไม่เคยสร้างข้อต่อรอง .....จนกระทั่งวันนี้เราก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ 
     
    สิ่งเดียวที่ผมไม่อาจทำให้เธอได้และผมก็ยังรู้สึกผิดก็คือ ผมไม่อาจบอกเธอได้ว่าผมรักเธอมากแค่ไหน เพราะผมไม่กล้าบอกไป ซึ่งก็คงย้อนวันเก่า ๆ กลับมาไม่ได้อีกแล้ว
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
     
    เดือนมีนาคม 2549  ผมได้ข่าวมาจากเธอคนนั้นอีกครั้ง
    ตอนนี้เธอมีครอบครัวแล้วครับ เธอเพิ่งจะมีเจ้าตัวน้อย กับคนที่เธอรัก เป็นครอบครัวแสนสุขของเธอ
    ชีวิตน้อยๆ ที่เธอให้กำเนิดออกมาก็คงเป็นของขวัญล้ำค่ายิ่งในชีวิตเธอ 
    สำหรับผมแล้ว ผมรู้สึกยินดีจริงๆครับ ที่เธอได้มีชีวิตอย่างมีความสุข รู้สึกโล่งใจยังไงก็บอกไม่ถูกรู้สึกดีใจด้วยที่เจ้าตัวน้อยที่เธอให้กำเนิดขึ้นมาเป็นสมาชิกใหม่บนโลกเบี้ยว ๆ ใบนี้
     
    เรื่องราวที่เป็นรักครั้งแรกของผม ก็ปิดฉากลงด้วยประการฉะนี้ .....คงเหลือไว้เพียงแต่ภาพความประทับใจที่เป็นความทรงจำสีจาง ๆ (อยากฟังเพลงความทรงจำสีจางเหมือนกันนะ) แม้ว่าผมจะย้อนอดีตไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว....แต่ผมก็รู้สึกยินดีกับปัจจุบันที่เธอเป็น และเป็นกำลังใจให้อนาคตของเธอตลอดไปครับ ในเมื่อความรักไม่จำเป็นต้องเป็นการครอบครอง...
     
     
    ไม่เรียกร้องให้กลับมา.....หรือว่าผลักใส......หรืออะไรทั้งนั้น
    เก็บเอาไว้ในส่วนลึก.....ซ่อนอยู่อย่างนั้น.....รู้ว่ามันไม่ไปไหน
    แม้กระทั่งตอนนี้...เขายังอยู่ตรงนั้น...ในภาพทรงจำสีจางจาง
    ... ในความทรงจำสีจางจาง
     
     
     
    แล้วรักครั้งแรกของพวกคุณ เป็นอย่างไรบ้าง มาเล่าให้ฟังมั่งนะครับ....
     
    .....อยากบอกเธอ......รักครั้งแรก.........
     
     
    February 16

    วันวานยังหวานอยู่

    วันนี้อัพรูปตอนสมัยยังเอ๊าะๆ เป็นรูปตอนอยู่ ม. 6 ที่ทวีธากับ ปี 3 ที่ราชมงคลคลอง 6 น่ะ(เดี๊ยวนี้ชื่อราชมงคลธัญบุรีแล้วนี่)
    พร้อมบทกลอนจากเรื่องน้ำใสใจจริงของคุณ ว.วินิจฉัยกุล
     
    ในวัยฝัน  วันเยาว์  ของเราผอง   
    ข้าวสีทอง  ดาษดา  ฟ้าแจ่มใส
    ทั่วโลกหล้า  อ่าอุ่น  ละมุนละไม   
    มีความรัก  เริงไหว  ในชีวา....
    มีวันใด  ไหนจะเป็น  เช่นวันโน้น    
    ความอ่อนโยน  แผ่วเพรียก  เหมือนเรียกหา
    ให้ทบทวน  หวนคำนึง  ถึงเวลา
    อย่าร้างรา  คืนกลับ  ประทับทรวง.....
     
    คิดถึงตอนสมัยอยู่ทวีธาฯจังเลย...เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปหมดแล้ว....คิดถึงเมื่อใดก็สุขใจเมื่อนั้น...
    กลับมาเถอะวันวานนนนนนนนนนนน
     
      อย่ามาคอมมเม้นท์ว่าแก่นะหรือคุณไม่เคยคิดถึงอดีตกันเลย....
    February 11

    เรื่อง สยองขวัญ.......ตายแล้วไปไหน

    ไปดูBlogของน้องสาวมาปรากฎว่ามีเรื่องปูจ๋าอยู่.....เลยหยิบเรื่องน่าขนลุกที่ชื่อเรื่องว่าตายแล้วไปไหนมาให้อ่านกัน
     
     
     
    ตายแล้วไปไหน ฉบับเต็ม
    จากเรื่องจริงที่น่าอ่าน

    เหตุการณ์ต่อไปนี้เป็นเรื่องจริง 
    ผู้เล่ากล่าวว่าคนที่เล่าเรื่องตายแล้วไปไหน
    ให้ผมฟังเป็นเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่ง
    เขาเล่าว่าเหตุเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศวังเวงในบริษัทเก่าแก่แห่งหนึ่ง
    ตั้งอยู่บนที่ดินซึ่งร่ำลือกันว่าเมื่อครั้งอดีตเคยเป็นป่าช้ามาก่อน
    มีประวัติโจษจันเล่นขานกันมากมายที่เดียวเกี่ยวกับ เจ้านายดุและผีหลอก
    เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม ไม่ปรากฏปี
    นางสาวกิ่งแก้ว(นามสมมติ) พนักงานพิมพ์ดีดวัยเบญจเพส

    มีภารกิจการงานต้องสะสางมากมาย
    วุ่นวายเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นการทำงานวันสุดท้ายในรอบปี 
    รวมทั้งรุ่งขึ้นพรุ่งนี้จะย่างเข้าสู่ช่วงของลองวีคเอนด์ 
    ตลอดวันนั้นจึงเกือบๆ
    จะมีสภาพเป็นวันโลกาวินาศ 
    สำหรับกิ่งแก้วโดยแท้
    เธอต้องเคร่งเครียดหมกมุ่นอยู่กับงานตั้งแต่เช้าจนบ่าย
    (และไม่มีเวลาว่างกินข้าวมื้อกลางวัน)
    กระทั่งเคลื่อนคล้อยกลายเป็นค่ำ เพื่อนร่วมงานหลายคนค่อยๆ
    ทยอยแยกย้ายกันกลับบ้าน 
    ทำไปทำมาท้ายที่สุดทั้งบริษัทก็เหลือเธออยู่เพียงคนเดียว 
    ตอนนี้ล่ะ บรรยากาศในตึกเก่าๆ ทึมๆ แสงไฟสลัวจนแลดูแล้วชวนสยอง 
    รวมทั้งเสียงแกรกกรากของกระดาษกระพัดกระพือ
    และอะไรต่อมีอะไรก็เริ่มแสดงบทบาทหน้าที่ของตนเองออกมาชัดเจน
    และค่อยๆ ทบทวีความวังเวงมากขึ้นเรื่อยๆ 
    ขณะที่กิ่งแก้วทำงานของเธอเสร็จสรรพ
    และเตรียมตัวเก็บข้าวของเพื่อจะกลับบ้าน
    เธอเหลือบชำเลืองมองไปยังผนังกำแพงด้านใกล้ๆ
    โต๊ะทำงาน

    พลันก็ต้องตกใจสุดขีด
    ส่งเสียงกรี๊ดออกมาดังลั่น 

    สีหน้าซีดเผือดราวกับเลือดในกายเหือดแห้งหมดร่าง 



    สิ่งที่กิ่งแก้วเจอนั้น...ทำให้เธอเป็นเช่นนี้...สิ่งนั้นคือ........................ 

    ใช่แล้ว...สิ่งที่กิ่งแก้วพบคือ...ปฏิทินนี่เอง!!!!!!!!!!!!!!!
    และสาเหตุที่ทำให้กิ่งแก้วตกใจเจ้าปฏิทิน ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะตกใจเลย
    เธอต้องพบเห็นกับวันหยุดต่อเนื่องยาวนายหลายวัน
    ทำให้เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ตระเตรียมวางแผนจะไปเที่ยวไหนในช่วงวันหยุด
    เหล่านี้เอง เป็นเหตุให้กิ่งแก้วต้องอุทานออกมาว่า....
     
     
     

    .........ตายแล้ว....จะไปไหนดี !!!

     

     

     

    ขำกันมั้ย...อิอิอิอิ
    February 01

    My Thesis .....Just Do It....

    Hi... EveryBody....This time i'll do my thesis ....But i'm so LAZYYYYYYYY -_-" and the next week  Advisor and committee want me to defend Thesis Proposal.....Oh...my god.
    last Sat.[28/01] i'd test for comprehensive exam.......SO...HARD...when i did it finished i feel my health was bad... But now i'm Ok.
     
    So ...i'll update next time
    Good Bye